ชื่อ : ครั่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Laccifer Lacca Kerr.
ชื่อวงศ์ : LACCIFERIDAE
ชื่อพื้นเมือง : ครั่งดุ้น, ครั่งดิบ, ครั่ง(ไทย), จุ้ยเก้ง (จีน)
ชื่อสามัญ : Lac
 
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ครั่งเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีตัวสีแดง ขนาดเล็กมาก ซึ่งอาศัยอยู่ตามกิ่งของต้นไม้ที่ใช้เลี้ยงครั่ง ต้นไม้ที่เลี้ยงครั่งมีหลายชนิด แต่มีสามารถเลี้ยงครั่งได้ผลดี คือต้นจามจุรี ต้นพทรา ต้นสะแก ต้นปันเถ สถานที่เลี้ยงจะเลี้ยงกันมากทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเจริญเติบโตของครั่ง มี 4 ชั้นตอน คือ เป็นไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวแก่ ตามลำดับ ตัวเมียอายุคราวละ 6 เดือน สืบพันธุ์ได้ 2 ครั้งในหนึ่งปี
 
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี : ครั่งนิยมนำมาใช้ในการย้อมสีเส้นไหมมานานแล้ว สีเส้นไหมที่ย้อมได้จะขึ้นอยู่กับอายุของครั่งอายุของการเก็บรักษาครั่ง และชนิดของพืชอาศัย สีที่ได้จะมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่สีแดงอมม่วง จนถึงสีแดงสด การเก็บครั่งนานกว่า 2 ปี อาจทำให้สีและความคงทนของสีไม่ดีนัก ซึ่งควรใช้ครั่งที่แก่เต็มที่ ที่ยังใหม่อยู่ ในการสกัดสีครั่ง ใช้ครั่งจำนวน 3 กิโลกรัม เมื่อสกัดน้ำสีอัตราส่วน 1: 10 สามารถย้อมสีเส้นไหมได้ 1 กิโลกรัม วิธีการสกัดสี นำครั่งมาล้างในน้ำสะอาด เพื่อกำจัดฝุ่นละออง และเศษผงที่ติดมากับครั่ง แล้วนำไปแช่ในแอลกอฮอล์นาน 5-10 นาที เพื่อละลายส่วนที่เป็นสีเหลืองออก จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนนำไปต้มสกัดสี นาน 1 ชั่วโมง กรองใช้เฉพาะน้ำ การย้อมเส้นไหมด้วยกรรมวิธีการย้อมร้อน โดยใส่สารส้ม และน้ำมะขามเปียกเป็นสารช่วยติดสีขณะย้อม ในบางแห่งใช้กรดทาร์ทาริค (Tartaric acid) แทนน้ำมะขามเปียก เส้นไหมที่ผ่านการย้อมจะมีสีแดง
 
การกระจายพันธุ์ : มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าชาวกรีก และชาวแอสซีเรียมีการใช้ครั่งในการย้อมผ้ามาก่อนคริสตศักราข ชาวจีนและอินเดียใช้ครั่งย้อมสีผ้าไหมมากกว่า 3,000 ปี ปัจจุบันพบว่า กลุ่มประเทศในแถบเอเขีย เช่น อินเดีย จีน ไทย อินนีเซีย ลาว และกัมพูชา นิยมใช้ครั่งในการย้อมไหม และพบว่ามีการเลี้ยงครั่งกันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ในประเทศไทยมีการเลี้ยงครั่งกันมากในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
ส่วนที่ให้สี : รัง, ยางครั่ง
สีที่ได้ : แดง
 
คุณภาพสี :ครั่ง / - มีระดับความคงทนต่อการซัก : 4-5 , ระดับความคงทนต่อแสง : 5
pantone: Beaujolais