ชื่อ : สัก
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tectona grandis L.f.
ชื่อวงศ์ : LABIATAE
ชื่อพื้นเมือง : ปายี้, เส่บายี้, เป้อยี, ปีฮือ
ชื่อสามัญ : Teak
 
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ส่วนที่อ่อนอยู่มีขน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามรูปวงรี กว้าง 6-50 ซม. ยาว 11-95 ซม. ดอกช่อขนาดใหญ่ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบบริเวณปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาวเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ผลสด รูปร่างค่อนข้างกลม มีขนละเอียด หนาแน่น หุ้มมิดด้วยกลีบเลี้ยงที่ขยายตัว
 
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี : สักเป็นพืชหนึ่งที่มีการนำใบมาใช้ในการย้อมผ้า อันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนใหญ่จะใช้ในการย้อมฝ้าย และเมื่อนำเอามาย้อมเส้นไหมก็ได้สีที่มีคุณภาพดีเช่นเดียวกัน วิธีการย้อมนั้น ใช้ใบสักที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ใบสักสด 15 กิโลกรัม นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และต้มกับน้ำเพื่อสกัดน้ำสี โดยใช้อัตราส่วน 1 : 2 นาน 1 ชั่วโมง กรองใช้เฉพาะน้ำ จะได้น้ำสีที่สามารถย้อมเส้นไหมได้ 1 กิโลกรัม ย้อมด้วยกรรมวิธีการย้อมร้อน นาน 1 ชั่วโมง เมื่อเสร็จแล้วนำเส้นไหมมาแช่ในสารละลายสารช่วยติดสีหลังย้อม ได้แก่ จุนสี ได้สีเขียวขี้ม้าหรือเขียวอมน้ำตาล ถ้าแช่ในน้ำมะขามเปียก เกลือแกง และน้ำสนิมเหล็ก ได้สีน้ำตาลอ่อน ถ้าสกัดสีใบสักด้วยวิธีการต้มกับน้าผสม 3% กรดน้ำส้ม แล้วนำไปย้อมและแช่จุนสีหลังย้อม จะได้สีเขียวอ่อน
 
การกระจายพันธุ์ : เป็นพรรณไม้พบในป่าเบญจพรรณทางภาคเหนือของประเทศไทย พม่า ลาว อินเดีย และมีการกระจายเป็นหย่อมๆทางภาคตะวันตกที่มีความสู. ตั้งแต่ระดับนืทะเลปานกลางถึง 900 เมตร ปัจจุบันพบได้ทั่วไปเพราะมีการส่งเสริมการปลูกเป็นส่วนป่าอย่างกว้างขวางเพื่อนำไม้มาใช้ประโยชน์
 
ส่วนที่ให้สี : ใบ
สีที่ได้ : สีเขียวขี้ม้า สีเขียวอมน้ำตาล สีน้ำตาลอ่อน หรือ สี
 
คุณภาพสี :สัก / จุนสี มีระดับความคงทนต่อการซัก : 4 , ระดับความคงทนต่อแสง : 5-6
pantone: Pale Olive Green