ชื่อ : ประดู่ป่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pterocarpus macrocarpus Kurz
ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ชื่อพื้นเมือง : ประดู่เสน จิต๊อก ฉะนอง ดู ดู่ป่า ตะเลอ เตอะเลอ
ชื่อสามัญ : Burma Padauk, Narva
 
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้ผลัดใบขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20 เมตร เปลือกนอกสีน้ำตาลเทา หนาแตกหยาบๆ เป็นร่องลึก เรือนยอดรูปคล้ายทรงกระบอก ใบเป็นใบประกอบแบบจนนก มีใบย่อย 7-13 ใบ รูปร่างใบเปนรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ผิวใบเกลี้ยง โคนใบกว้างมนกลมและเรียงไปทางปลายใบ ดอกออกเป็นข่อ ตามซอกใบใกล้ยอด ผลเป็นแผ่นกลมแบน มีปีกโดยรอบ มีเมล็ดเดี่ยวอยู่กลางผล เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล
 
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี : ประดู่ สามารถใช้เปลือกและแก่นต้นมาใช้ในกรย้อมสีเส้นไหมได้ ปัจจุบันแก่นประดู่ ค่อนข้างจะหายากจึงนิยมใช้เฉพาะส่วนของเปลือกต้นด้านในมาใช้ในการย้อมสีเส้นไหม โดยลอกเอาเฉพาะเปลือกต้นด้านในนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากให้แห้ง เปลือกประดู่แห้ง 3 กิโลกรัม สามารถย้อมสีเส้นไหมได้ 1 กิโลกรัม ต้มสกัดสีกับน้ำในอัตราส่วน 1: 10 นาน 1 ชั่งโมง กรองใช้เฉพาะน้ำนำน้ำสีไปย้อมเส้นไหมด้วยกรรมวิธีการย้อมร้อน นาน 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นนำเส้นไหมที่ผ่านการย้อมมาแช่ในสารละลายสารช่วยติดสีจุนสี ได้เส้นไหมสีน้ำตาลเข้ม
 
การกระจายพันธุ์ : ประดู่ป่ามีการกระจายพันธุ์กว้างขวาง พบทั่วไปในภูมิภาคเอเขียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เป็นพรรณไม้กลางแจ้งพบในป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังทั่วไป
 
ส่วนที่ให้สี : เปลือกต้นและแก่นต้น
สีที่ได้ : น้ำตาลเข้ม
 
คุณภาพสี :ประดู่ป่า / - มีระดับความคงทนต่อการซัก : 4 , ระดับความคงทนต่อแสง : 5
pantone: Chipmunk