ชื่อ : คราม
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Indigfera tinctoria L.
ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ชื่อพื้นเมือง : ครามย้อย, คาม
ชื่อสามัญ : Indigo
 
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้พุ่มสูง 1-2 เซนติเมตร ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ ใบย่อยรูปวงรีแกมขอบขนาน ก้วาง 0.8-1 ซม. ยาว 1.5-3.5 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบดอกย่อยรูปดอกถั่วกลีบดอกสีชมพู ผลเป็นฝักขนาดเล็กออกเป็นกระจุก
 
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี : ครามเป็นพืชที่มีการนำมาใช้ย้อมสีมากที่สุด เนื่องจากเป็นพืชให้สีน้ำเงินใช้ในการย้อมฝ้ายได้ผลดี ทั้งนี้การย้อมครามส่วนใหญ่อยู่ในสภาพน้ำย้อมเป็นด่าง การย้อมเส้นไหมจึงไม่ค่อยได้รับความนิยมและติดสีไม่ดี การย้อมเส้นไหมพบมากในจังหวัดสุรินทร์ มีการย้อมครามอย่างแพร่หลาย สีน้ำเงินที่ได้จากครามจัดเป็นแม่สีที่สามารถใช้ร่วมกับสีหลักอื่นๆ ได้หลากหลายสี วิธีการย้อมเส้นไหมด้วยคราม เตรียมน้ำครามเหมือนกับการเตรียมน้ำครามเพื่อย้อมฝ้าย โดยนำต้นครามสดทั้งใบและกิ่งมาแช่ในโอ่งเติมน้ำปูนขาว (ปูนจากเปลือกหอย) แล้วกดทับให้ครมจมน้ำ ไม่ใช้ทำปฏิกิริยากับอากาศ และพลิกกลับครามทุกวัน นาน 4 วัน หรือจนสังเกตเห็นน้ำที่หมักครามมีสีเหลืองแล้วกรองเอาแต่น้ำคราม ในการนำน้ำครามย้อมเส้นไหม ควรปรับค่าความเป็นกรดด่างให้เหมาะสมประมาณ 9.7 โดยใช้น้ำด่างธรรมชาติและน้ำมดแดง จากนั้นนำเส้นไหมมาย้อมแบบย้อมเย็นนากรย้อมครามอีกวิธีหนึ่ง เป็นวิธีย้อมที่รวดเร็วได้แก่การนำเอาครามเปียก ก้อนครามหรือผงคราม มาย้อมเส้นไหม โดยใช้สารละลายด่างโซดาไฟ ละลายเนื้อครามแล้วเติมสารพวก Reducing agent เช่น การน้ำตาลร่วมกับผงเหม็น (Sodium hydrosulfite) จนน้ำครามเป็นสีเขียวเหลือง และมีฟองสีน้ำเงิน ปรับความเปนกรดด่าง โดยการเติมกรดน้ำส้มให้ pH น้ำย้อมอยู่ในระดับ 6.1-6.5 แล้วนำเส้นไหมมาย้อมด้วยกรรมวิธีการย้อมเย็น นานประมาณ 1 ชั่งโมง เมื่อครบนำเส้นไหมาล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำเส้นไหมามาย้อมทับอีกครั้งจะได้สเนไหมสีน้ำเงินหรือสีฟ้าเข้ม
 
การกระจายพันธุ์ : พรรณไม้ในสกุล lnsigofera มีอยู่รวมกันหลายร้อยชนิดขึ้นอยู่ทั่วไปในเขตร้อน และกึ่งร้อนในทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกา มีหลายชนิดที่เป็นพื่ชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 
ส่วนที่ให้สี : ใบและกิ่ง
สีที่ได้ : น้ำเงินหรือฟ้าเข้ม
 
คุณภาพสี :คราม / - มีระดับความคงทนต่อการซัก : 4 , ระดับความคงทนต่อแสง : 4
pantone: Daphne