ชื่อ : สาบเสือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chromolaena odorata (L.) R. M.King
ชื่อวงศ์ :
ชื่อพื้นเมือง : พาพั้งขาว หญ้าเมืองวาย ยาแพ้ ด่อมังฮ่ามรุ่ย กู๋จ๊ะเมีย จอดละเห่า ชีโพแกว่ะ
ชื่อสามัญ : Chromolaena odorata (L.) R. M.King
 
ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 1-2 ม. อายุหลายปี ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม กว้าง 3-7 ซม. ยาว 6-12 ซม. ขอบใบหยัก ดอกสีขาวถึงม่วงอ่อน ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะเป็นก้อน ขนาด 4-8 มม. ดอกย่อยจำนวนมาก รอบนอกเป็นดอกเพศเมีย มีก้านชูเกสรยาว ด้านในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรผู้สั้น 5 อัน อยู่ภายในหลอดดอก เมล็ดขนาดเล็ก รูปกระสวย แบน ส่วนปลายมีขนยาวสีขาว ช่วยในการกระจายพันธุ์โดยลม
 
การใช้ประโยชน์ในงานย้อมสี : นำส่วนลตำต้นและใบของต้นพญาสาบเสือมาสับเป็นชิ้นๆหรือปั่นให้ละเอียด อัตราส่วนของส่วนวัตถุดิบ 1 กิโลกรัม ต่อเส้นไหม 100 กรัมแล้วนำมาตวงน้ำใส่หม้อต้มอัตรา 2 ลิตร นำไปตั้งไฟให้เดือดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นเมื่อครบเวลานำมากรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อเก็บน้ำสีสกัดไว้ย้อมสี
 
การกระจายพันธุ์ : สาบเสือเป็นไม้ล้มลุกอายุนานมากกว่า 1 ปี เป็นไม้กลางแจ้งที่ชอบแสงแดดจัด พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ทั้งในที่ราบ และเชิงเขา สามารถเติบโต และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในสภาพที่แห้งแล้ง และที่ชื้นแฉะ ประกอบกับเป็นพืชที่มีเมล็ดจำนวนมาก และเมล็ดสามารถลอยตามลมได้
 
ส่วนที่ให้สี : ลำต้นและใบ
สีที่ได้ : สีเหลืองอมน้ำตาล
 
คุณภาพสี :สาบเสือ / สารส้มและเ มีระดับความคงทนต่อการซัก : 3-4 , ระดับความคงทนต่อแสง : 3-4
pantone: Custard